ปฏิทินและการคำนวณ

วันนี้คิดอยากจะทำโปรแกรม โหราเลขศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ปฏิทินจันทรคติมาประกอบ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็ขี้เกียจพิมพ์ปฏิทินร้อยปีเข้าฐานข้อมูล และจริงๆแล้วคนเขียนโปรแกรมเขาก็ไม่ทำกัน เพราะอะไรที่เราสามารถคำนวณได้จากสมการนั้น น่าจะสร้างโปรแกรมย่อยสำหรับคำนวณไว้จะเหมาะกว่าเพราะจะทำให้โปรแกรมจะกินพื้นที่น้อย และยังทำงานได้รวดเร็วเนื่องจากไม่ต้องพึ่งพาการค้นหาจากฐานข้อมูล และเมื่อไหนๆก็ค้นเจอแล้ว ก็เลยอยากจะบันทึกไว้หน่อยเผื่อวันหน้าวันหลังหลงลืมไปจะได้กลับมาอ่านครับ วันนี้จึงเป็นอีกวันหนี่งที่มีเรื่องให้เขียนจนได้

ความรู้ทั่วไป

  • ปฏิทินจันทรคติจะมี ๓๐ วัน และ ๒๙ วัน สลับกันไป คือให้เดือนคู่เป็นเดือนเต็มมี ๓๐ วัน ส่วนเดือนคี่ เป็นเดือนขาดมี ๒๙ วัน ไม่มีวันแรม ๑๕ ค่ำ ดังนั้นปี ๑๒ เดือนทางจันทรคติจึงมีวันเท่ากับ ๓๕๔ วัน
  • ปีทางสุริยคติ หรือปีทางดาราศาสตร์ เท่ากับ ๓๖๕.๒๔๒๒ วัน ปีทางสุริยคติยาวกว่าปีทางจันทรคติอยู่ ๑๑ วันเศษ สามปีจะเกินไป ๓๓ วันเศษ เพื่อให้วันเดือนปีทางจันทรคติบอกฤดูกาลได้ จึงต้องเพิ่มเดือนพิเศษทางจันทรคติขึ้ประมาณ ๓ ปีต่อครั้ง เรียกว่าเดือนอธิกมาส โดยเพิ่มเดือน ๘ หลัง (๘/๘) ขึ้นระหว่างเดือน ๘ และเดือน ๙ ปีอธิกมาสจึงมี ๓๘๔ วัน
  • ปีจันทรคติในช่วง ๑๙ ปี จะมีปีอธิกมาส ๗ ครั้ง แต่กระนั้นก็ยังเพิ่มวันที่ขาดไปไม่พอ ทำให้ประมาณ ๕ ปี จะต้องเพิ่มวันพิเศษขึ้นอีกวันหนึ่งเรียกว่าวันอธิกวาร เป็นวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ปี เรียกปีนั้นว่าปีอธิกวารมี ๓๕๕ วัน
  • ใน ๕๗ ปี จะมีปีปรกติ ๒๕ ปี ปีอธิกมาส ๒๑ ปี และปีอธิกวาร ๑๑ ปี
  • ปฏิทินสุริยคติ ปัจจุบันใช้ปฏิทินเกรกอเรียน ซึ่งในหมื่นปี ปฏิทินเกรกอเรียนจะคลาดเคลื่อนเกินความจริงไป ๓ วัน ส่วนปฏิทินจันทรคติของไทยจะคลาดเคลื่อนมากกว่า คือใน ๒๐๐๐ ปี จะผิดไปถึง ๓๓.๑ วัน
  • การคำนวณทางสุริยยาตร ใช้ปีจุลศักราชเป็นหลัก วันเถลิงศกหรือวันขึ้นปีใหม่ตามจุลศักราช ปัจจุบันตรงกับวันที่ ๑๕ หรือ ๑๖ เมษายน มีธรรมเนียมปฏิบัติให้วันเถลิงศกอยู่ในระหว่างขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ ไปถึงขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖ และถ้าวันเถลิงศกมีดิถี ๒๕ ไปถึงดิถี ๒๙ หรือดิถี ๐ ไปถึง ๕ (คือแรม ๑๐ ค่ำไปถึงแรม ๑๔ ค่ำเดือน ๕ หรือขึ้นค่ำหนึ่งไปถึง ๕ ค่ำ เดือน ๖) ปีนั้นเป็นปีอธิกมาสต้องเพิ่มเดือน ๘ หลังขึ้นอีกเดือนหนึ่ง
  • ปีที่มีอธิกวารนั้น ผู้คำนวณปฏิทินใช้หลักเกณฑ์ซึ่งมีอยู่หลายตำราไม่ตรงกัน นอกจากนั้นประเทศต่างๆ วางปีอธิกมาสและปีอธิกวารผิดกัน ทำให้วันขึ้นแรมคลาดเคลื่อนกันไปได้หนึ่งหรือสองวัน ปรากฏว่าในบางปีพระจันทร์เต็มดวงในวันแรม ๒ ค่ำ เป็นต้น แต่ผู้ทำปฏิทินจะวางอธิกมาสและอธิกวาร เพื่อปรับเฉลี่ยให้พระจันทร์เต็มดวงในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ
  • ปัจจุบันประเทศไทยยึดปฏิทินหลวงเป็นหลัก เพื่อประโยชน์สำหรับผู้นิยมประกอบพิธีการในวนฤกษ์ยามดี และหลีกเลี่ยงวันฤกษ์ยามร้าย ปฏิทินหลวงจึงบอกกาลโยคประจำปีให้ทราบด้วย คนทั่วไปถือว่า วันยามหรือฤกษ์ที่เป็นธงชัย หรืออธิบดี เป็นเวลาที่ดี และวันยามหรือฤกษ์ที่เป็นอุบาทว์หรือโลกาวินาศ เป็นเวลาที่ไม่เหมาะสมสำหรับเริ่มทำงานหรือทำพิธีการ

การคำนวณปฏิทิน

เริ่มจากการคำนวณวันเถลิงศก หรือวันขึ้นปีใหม่ของปีจุลศักราช ว่าตรงกับวันขึ้นแรมกี่ค่ำ เป็นวันใดในสัปดาห์ และตรงกับวันที่เท่าใดทางสุริยคติ ปีจุลศักราชจะหาได้จาก พ.ศ. ลบด้วย ๑๑๘๑ (แต่วันก่อนวันเถลิงศกคือ ๑ มกราคม ถึง ๑๕ เมษยน ยังเป็น จ.ศ. เดิมอยู่)

การหาหรคุณเถลิงศก หรือจำนวนวันนับตั้งแต่วันตั้งจุลศักราชมาถึงวันเถลิงศกปีนั้น ใช้สูตรตามคัมภีร์สุริยยาตร ตัวอย่างเช่น จ.ศ. ๙๕๕ คำนวณได้จาก จ.ศ. ๙๕๕ X ๒๙๒๒๐๗ + ๓๗๓ ได้เท่าใด หารด้วย ๘๐๐ ผลลัพธ์เป็นจำนวนเต็มทั่วใด เพิ่มขึ้นอีก ๑ วัน เป็นหรคุณเถลิงศก = ๓๔๘๘๒๓

การคำนวณหาดิถีขึ้นแรม นำหรคุณเถลิงศก ๓๔๘๘๒๓ X ๑๑ + ๖๕๐ ได้เท่าใด หารด้วย ๖๙๒ ได้ผลลัพธ์ ๕๕๔๕.๘ นำไปบวกกับหรคุณได้ ๓๕๔๓๖๘.๘ แล้วหารด้วย ๓๐ เหลือเศษ ๘.๘ เป็นดิถีคือขึ้น ๙ ค่ำ ถ้าดิถีเกิน ๑๕ เอา ๑๕ ลบ เลขที่เหลือเป็นจำนวนค่ำของวันข้างแรม แต่วันขึ้นแรมที่แท้จริงอาจจะผิดจากดิถีไปข้างมากหรือน้อยได้ไม่เกินสองวัน สุดแท้แต่การวางอธิกวารและอธิกมาสของโหรแต่ละประเทศ

การคำนวณว่าวัน เถลิงศกตรงกับวันใดในสัปดาห์ ให้นำหรคุณ ๓๔๘๘๒๓ หารด้วย ๗ เหลือเศษ ๖ นับเศษ ๑ เป็นวันอาทิตย์ เศษ ๒ เป็นวันจันทร์ นับไปจนถึงเศษ ๖ เป็นวันศุกร์

วัน เถลิงศก จ.ศ. ๙๕๕ จึงเป็นวันศุกร์เดือน ๕ ขึ้น ๙ ค่ำ เพราะมีกฎวางไว้ว่าวันเถลิงศกจะต้องอยู่ในระหว่างวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ ไปถึงขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๖

การเทียบว่า วันเถลิงศก จะตรงกับวันที่เท่าใด (ตามปฏิทินเกรกอเรียน) โดยสูตรของศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร สามารถคำนวณได้ดังนี้
  • ค.ศ. X ๒.๐๗ + ๕๘๗.๐๗ ได้เท่าใด หารด้วย ๘ ได้ผลลัพธ์ = ง เศษปัดทิ้ง
    [(ค.ศ.-๑) / ๔] - [(ค.ศ.-๑) / ๑๐๐)] + [(ค.ศ.-๑) / ๔๐๐] = จ
    เลขแต่ละจำนวนเมื่อหารเสร็จแล้วปัดเศษทิ้งทุกครั้ง วันเถลิงศกจะตรงกับวันที่ ง-จ ในปี
  • เช่น จ.ศ. ๙๕๕ ตรงกับ ค.ศ. ๙๕๕ + ๖๓๘ = ค.ศ. ๑๕๙๓
    ๑๕๙๓ X ๒.๐๗ + ๕๘๗.๐๗ ได้ ได้ ๓๘๘๔.๕๘ หารด้วย ๘ ได้ ๔๘๕ = ง
    [(๑๕๙๓-๑) / ๔] - [(๑๕๙๓-๑) / ๑๐๐)] + [(๑๕๙๓-๑) / ๔๐๐] = ๓๙๘ - ๑๕ + ๓ = จ
  • ง - จ = ๔๘๕ - ๓๘๖ = ๙๙
  • วันเถลิงศกจึงตรงกับวันที่ ๙๙ ในปี ค.ศ. ๑๕๙๓ (นับตั้งแต่ ๑ มกราคมเป็นต้นไป) คือวันที่ ๙ เมษายน นั่นเอง ในการนับวันที่ในปีจะต้องคำนึงถึงว่าใน ค.ศ. นั้นมีวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ด้วยหรือไม่


กาลโยค ประจำปี คำนวณได้ดังนี้

  • ถ้าจะหา ธงชัย ในปีใด ให้ตั้งจุลศักราชลง เอา ๑๐ คูณแล้วบวกด้วย ๓ ตั้งเป็นเกณฑ์เอา ๗ หารเกณฑ์เศษเป็นวาร (วันในสัปดาห์) ธงชัย เอา ๘ หารเกณฑ์ เศษเป็นยามธงชัย เอา ๑๒ หารเกณฑ์ เศษเป็นราศีธงชัย เอา ๒๗ หารเกณฑ์ เศษเป็นฤกษ์ธงชัย เอา ๓๐ หารเกณฑ์ เศษเป็นดิถีธงชัย
  • ถ้าจะหา อธิบดี ในปีใด ให้ตั้งจุลศักราชลง เอา ๔๙๘ หารใช้เศษเป็นเกณฑ์ เอา ๗ หารเกณฑ์ เศษเป็นวารอธิบดี เอา ๘ หารเกณฑ์ เศษเป็นยามอธิบดี ตัวเลขที่เป็นตัวหารเป็นแบบเดียวกับกรณีธงชัย
  • ถ้าจะหา อุบาทว์ ในปีใด ให้ตั้งจุลศักราชคูณด้วย ๑๐ แล้วบวกด้วย ๒ เป็นเกณฑ์ ใช้ตัวหารแบบเดียวกับการหาธงชัย
  • ถ้าจะหา โลกาวินาศ ในปีใด ให้ตั้งจุลศักราชลงเอา ๑๑๒๐ บวกเป็นเกณฑ์ เอา ๗ หารเกณฑ์ได้เศษเป็นวารโลกาวินาศ ส่วนยาม ราศี และฤกษ์ก็เปลี่ยนตัวหารแบบเดียวกับการหาธงชัย
ขอบคุณความรู้ดีๆจาก
- moradoklanna.com

0 ความคิดเห็น: