วิธีหนีห่างจากภัยโจรกรรม

วันนี้มีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการป้องกันภัยโจรกรรมที่อาจเกิดกับบ้านคุณ หรือญาติมิตรของคุณ ลองอ่านดูครับผมว่าละเอียดรอบคอบดี แต่ใครมีไอดียเจ๋งกว่านี้ก็บอกกันบ้างนะครับ

ประตู

  • ประตูควรจะมีความแน่นหนา ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานยากต่อการทำลาย
  • ช่องว่างระหว่างบานประตูกับวงกบไม่ควรห่างกันเกิน 1/8 นิ้ว
  • บานพับประตูจะต้องอยู่ภายในอาคาร เพื่อยากจากการถอดจากด้านนอก
  • ประตูที่เป็นประตูเลื่อน ควรจะเอาไม้มาวางในล่องรางของประตูเวลาที่เราปิด เพื่อป้องกันการบุกรุกอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากประตูเลื่อนเป็นประตู ที่งัดแงะ ได้ง่ายที่สุด
หน้าต่าง
  • หน้าต่างที่อยู่ชั้นล่าง ของตัวอาคาร ควรจะมีล็อคที่ดี เนื่องจาก เป็นทางที่ผู้บุกรุก จะเข้ามาได้ง่ายอีกทางหนึ่ง หากจำเป็นให้คำนึงถึง การติดลูกกรง แต่ต้องให้แน่ใจว่า จะสามารถถอดลูกกรงได้ หากมีเหตุอัคคีภัย หรือ เหตุฉุกเฉินอื่นๆ
  • หน้าต่าง glass block จะให้ความปลอดภัยที่ดี สำหรับหน้าต่างในห้องใต้ดิน
  • ล็อคของประตูควรจะอยู่ห่างจากหน้าต่างอย่างน้อย 40 นิ้ว เพื่อมิให้สามารถเอื้อมมาเปิดล็อคจากหน้าต่างได้
ล็อค
  • ให้แน่ใจว่าประตูทุกบานที่เปิดออกไปข้างนอกมีล็อคที่ดี
  • ประตูมุ่งลวดและประตูกันพายุ ประตูเฉลียงแม้ว่าจะอยู่ชั้น 2 ก็ควรจะมีล็อคอย่างหนาแน่น
  • ควรปิดล็อคทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เนื่องจาก 50% ของการบุกรุก เกิดจากการบุกรุกผ่านประตูที่ไม่ได้ล็อค
กุญแจ
  • อย่าซ่อนกุญแจไว้ข้างนอก เช่น ใต้กระถางต้นไม้ ถ้าจำเป็น ควรฝากกุญแจไว้กับเพื่อนบ้าน ที่ไว้ใจได้จะดีกว่า
  • อย่าให้กุญแจไว้กับช่าง หรือ คนที่มาส่งของ
  • อย่าเขียนชื่อ ที่อยู่ไว้กับพวงกุญแจ หรือ กุญแจดอกไหนใช้กับห้องอะไร ถ้าท่านทำกุญแจหาย ผู้ที่เก็บได้อาจเป็นขโมย ก็จะรู้ว่าเป็นกุญแจของบ้านใด
  • ถ้าท่านย้ายเข้าบ้านใหม่ หรือทำกุญแจหาย ควรเปลี่ยนกุญแจทั้งหมดทันที สิ่งของที่อยู่นอกบ้าน
  • สิ่งของที่วางอยู่ในสนามหญ้า เป็นเป้าหมายที่ง่ายสำหรับการขโมย การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การเก็บสิ่งของพวกนี้ไว้ในห้องเก็บของ หรือโรงรถที่ล็อคได้
  • ถ้าจำเป็นที่จะต้องวางสิ่งของไว้นอกบ้าน เช่น เครื่องตัดหญ้า หรือเตาบาร์บิคิว ควรจะหาอะไรคลุมให้มิดชิด ไม่ให้เป็นเป้าสายตา
  • ประตูรั้วควรจะปิดด้วยล็อคอย่างดี
พุ่มไม้และไฟ
  • เฉลียงและทางเข้าอื่นๆ ควรจะติดไฟให้สว่าง บ้านที่ติดไฟสว่าง จะปลอดภัยกว่าบ้านที่ปิดไฟมืด หรือไม่มีไฟ
  • พุ่มไม่ที่ใหญ่โตเกินไป จะทำให้ขโมยมีที่ซุกซ่อน ควรจะตัดเล็มให้ขนาดพอสมควร
  • พุ่มไม้ที่มีหนาม เช่น ตะบองเพชร จะช่วยป้องกันได้ถ้าปลูกไว้ข้างใต้หน้าต่าง
  • ให้ใช้กรวดขนาดใหญ่ไว้ข้างใต้หน้าต่าง เพื่อให้เกิดเสียง เมื่อมีคนเหยียบเดิน ย่ำ การใช้เทคโนโลยี
  • ทำให้บ้านของท่านเหมือนมีคนอยู่ตลอดเวลา เวลาออกไปข้างนอกในตอนกลางคืน ให้เปิดไฟและวิทยุทิ้งไว้ อย่าเปิดไฟดวงเล็กตามทางเดิน หรือมุมห้อง เนื่องจากการกระทำเช่นนี้ จะแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่บ้าน
  • หรี่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ให้ต่ำสุด ถ้าขโมยได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง แล้วไม่มีคนรับสาย เขาจะรู้ได้ทันทีว่าไม่มีคนอยู่บ้าน
  • ถ้าท่านไม่อยู่บ้านในตอนกลางวัน หรือไปต่างจังหวัด ท่านควรจะใช้เครื่อง เปิด-ปิดอัตโนมัติ เพื่อเปิด-ปิดไฟและวิทยุตามเวลาที่กำหนด อย่าให้ความช่วยเหลือขโมย...
  • ควรจะล็อคบันไดและเครื่องมือไว้ให้เรียบร้อย อย่าช่วยขโมยโดยวางเครื่องมือไว้ให้เขาใช้
  • ถ้าท่านได้ซื้อทีวี เครื่องเสียง หรืออุปกรณ์ใช้สอยอื่นๆมาใหม่ อย่าโยนกล่อง ทิ้งไว้ในถังขยะ หน้าบ้าน เพราะจะเป็นเหตุ จูงใจให้น่าเข้ามาขโมย
  • ถ้าไม่อยู่บ้านนานๆ ควรให้เพื่อนบ้าน ที่ไว้ใจได้ช่วยเก็บจดหมาย หรือหนังสือพิมพ์ไว้ให้
  • อย่าทิ้งโน๊ตไว้ที่ประตู ว่าไม่อยู่บ้าน และอย่าฝากข้อความไว้ ในเครื่องรับโทรศัพท์ว่าจะไม่อยู่บ้าน หรือกำลังอยู่นอกบ้าน

นิทาน-หมาที่ไล่งับเนื้อ

มีพระองค์หนึ่งท่านชอบทำอะไรแปลกๆ วันหนึ่งคนจากกรุงเทพฯได้เอากฐินไปทอดที่วัด และจัดงานกันใหญ่โต มีหนัง,มีลิเก,มีดนตรี ผู้คนก็แห่กันมามืดฟ้ามัวดิน ก่อนทอดกฐิน ผู้คนมารวมกันเต็มศาลาหลวงพ่อเรียกเด็กวัดมาและบอกให้ไปเอาเนื้อจากโรงครัวมาก้อนหนึ่งแล้วเอาเชือกมาด้วย จากนั้นหลวงพ่อจัดการเอาเนื้อผูกติดกับหลังหมา พอผูกเสร็จก็ปล่อยหมา เจ้าหมาเห็นเนื้ออยู่บนหลังก็ไล่งับหวังจะกิน พอหัวโดดงับตัวก็ขยับหนีเพราะหมามันกัดหลังตัวเองไม่ถึง ยิ่งโดดงับเร็วขึ้น ก้อนเนื้อก็หนีเร็วขึ้น หมาก็กระโดดไม่หยุด เนื้อก็หนีไม่หยุด น่าสงสารหมามาก เจ้าหมาโดดอยู่นานงับเท่าไหร่เนื้อก็ไม่เข้าปากสักที ผู้คนบนศาลา พากันหัวเราะชอบใจหัวเราะเยาะหมาว่าทำไมมันถึงโง่ยังงี้ ไล่งับจะกินเนื้อที่ตัวเองไม่มีทางไล่ตามทัน ตลอดชีวิต
หลวงพ่อมองดูเห็นคนสนุกสนานจนหนำใจแล้วก็แก้เชือกออกจากหลังหมาแล้วหันมาพูดกับญาติโยมว่า "มนุษย์เรามีความรู้สึกว่า ตัวเองพร่อง ตัวเองยังไม่เต็ม ต้องเติมตลอดเวลา ก็เติมไม่หยุด เพื่อให้ตัวเองเต็ม เราอยากสวย อยากทันสมัย ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่สวยที่สุด ทันสมัยที่สุดใส่ ดีใจอยู่ได้เดือนเดียว มีแบบใหม่ออกมาอีกแล้ว สวยกว่า ทันสมัยกว่า บ้างก็อยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ซื้อเสร็จ 3 เดือน รุ่นใหม่ก็โผล่มาอีกแล้ว บ้างก็ซื้อคอมพิวเตอร์ทันสมัยที่สุด 2 เดือนต่อมา มีรุ่นใหม่กว่าออกมา ของเราก็ตกรุ่น บ้างซื้อรถเบนซ์ ทันสมัยที่สุด แพงมาก ขับได้ 6 เดือนก็มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว ทันสมัยกว่า แพงกว่า ของเรากลายเป็นเชยเราต้องก้มหน้าก้มตา ทำงานทั้งวัน ทั้งคืน หาเงินมาเพื่อมาทำให้ตัวเองทันสมัยซื้อเสื้อผ้าใหม่,มือถือใหม่,คอมพิวเตอร์ใหม่,รถยนต์คันใหม่ เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรุ่น "ปัจจุบัน เรากำลังไล่งับความทันสมัย เหมือนหมาที่ไล่งับเนื้อบนหลังของมัน ทั้งที่รู้ว่า ต่อให้ไล่งับทั้งชีวิตก็ไม่มีทางตามทัน น่าสงสารไหมโยม..." คนเต็มศาลาที่เมื่อกี้หัวเราะครึกครื้น ด่าว่าหมามันโง่ ตอนนี้กลับเงียบสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ ไม่รู้ว่า กำลังสงสารหมา หรือกำลังทบทวนความโง่ของตัวเอง
นิทานเรื่องนี้คัดลอกมาจากเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ www.horathai.com ที่โพสต์เข้ามาโดยคุณ ทองคำ ครับ (ปรับแต่งและตัดคำใหม่แล้ว)

ดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์ เป็นก้อนก๊าซร้อนขนาดใหญ่หมุนรอบตัวเอง ตรงใจกลางเกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่าเทอร์โมนิวเคลียร์ ซึ่งจะหลอมเนื้อสารขนาดประมาณ 600ล้านตันของไฮโดรเจนเป็นก๊าซฮีเลียมทำให้เกิดพลังงานมหาศาลถ่ายเทขึ้นสู่พื้นผิวและอวกาศ และส่งแสงสว่างและรังสีอื่นๆมาถึงโลกของเราภายในเวลาประมาณ 8 นาที
ข้อมูลของดวงอาทิตย์
ระยะห่างเฉลี่ยจากโลก 149,680,000 กิโลเมตร
เส้นผ่านศูนย์กลางที่ผ่านเส้นศูนย์สูตร 1,391,980 กิโลเมตร
คาบของการหมุนรอบตัวเอง 25.04 วัน (ของโลก)
เนื้อสารเทียบกับโลก 330,000 เท่า (ของโลก)
ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วง 27.9 เท่า (ของโลก)

แค่นี้ก่อนนะ แล้วค่อยมาต่อให้จบวันหลัง

ไอสไตน์ อธิบายเรื่องตรรกะ

ในห้องเรียนวันหนึ่ง ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า "มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ ปรากฏว่า คนหนึ่งตัวสะอาด อีกคนคัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน" นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า "ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ" ไอสไตน์ พูดว่า "งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะ คนที่ตัวสะอาด เห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควัน เขาก็ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไปเก่าเหมือนกัน ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด ก็ต้องคิดว่า ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน ตอนนี้ ผมขอถามพวกคุณอีกครั้งว่า ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่" นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า "อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่ แต่คนที่ตัวสกปรก เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย ..... ถูกไหมครับ...." ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน นักเรียนทุกคน ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้ ไอสไตน์ ค่อยๆพูดขึ้นอย่างมีหลักการและเหตุผล "คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด อีกคนหนึ่งจะสกปรก นี่แหละที่เขาเรียกว่า "ตรรกะ" "

เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล แห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ "ตรรก" จะหาตรรกได้ก็ต้อง ...
กระโดดออกมาจาก "พันธนาการของความเคยชิน"
หลบเลี่ยงจาก "กับดักทางความคิด"
หลีกหนีจาก "สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง"
ขจัด "ทิฐิแห่งกมลสันดาน"
จะหา ตรรกะ ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณ